วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

สาเหตุการเกิดปรากฎการณ์เรือนกระจก

สาเหตุการเกิดปรากฎการณ์เรือนกระจก

แนวความคิดในการสร้างเรือนกระจกได้นำมาเป็นความรู้หรือคำอธิบายเกี่ยวกับปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect) ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน โดยที่ปกติแล้วโลกจะได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ส่องผ่านบรรยากาศลงมาอยู่อย่างสม่ำเสมอ เมื่อรังสีแสงอาทิตย์ส่องมายังผิวโลก รังสีบางส่วนจะสะท้อนกลับ ส่วนที่เหลือจะถูกดูดซับไว้ที่ผิวโลกที่เป็นพื้นดินและพื้นน้ำ พื้นโลกส่วนที่อุ่นขึ้นนี้สะท้อนความร้อนให้กับบรรยากาศของโลกเป็น 3 ส่วน คือ ทำให้อากาศที่ติดกับผิวโลกร้อนขึ้น ทำให้น้ำหรือความชื้นที่ผิวโลกกลายเป็นไอระเหยออกไป และทำให้รังสีอินฟลาเรด (Inflared) สะท้อนสู่บรรยากาศ การสะท้อนของรังสีอินฟลาเรดไปยังบรรยากาศซึ่งจะมีสารพวกไอน้ำ คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน (Methane) และก๊าซบางชนิดจะดูดซับรังสีอินฟลาเรดไว้ แล้วสะท้อนรังสีนี้ไปสู่บรรยากาศและสะท้อนกลับมายังโลก ซึ่งจะทำให้อากาศเหนือผิวโลกร้อนขึ้น ในขณะที่บรรยากาศโดยรอบโลกมีสารต่างๆเข้าไปปะปนเพิ่มมากขึ้นเช่นในปัจจุบัน จึงเป็นผลให้อุณหภูมิของอากาศที่ผิวโลกมีความร้อนเพิ่มขึ้น

การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการเกษตรกรรมและการพัฒนาอุตสาหกรรมเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว ได้ทำให้ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 25 ส่วนก๊าซอื่นๆที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับการเพิ่มจำนวนประชากรและการเพิ่มปริมาณการใช้พลังงานและอาหารคือ ก๊าซมีเทน (Methane) โครโรฟูลโอโรคาร์บอน (Chlorofluorocarbons) ไนทรัสอ๊อกไซด์ (Nitrous Oxide) และโอโซน (Ozone) ดังนั้นในแต่ละปีบรรยากาศรอบโลกจะมีก๊าซดังกล่าวเพิ่มขึ้น โดยได้จากการตรวจวัดอุณหภูมิของบรรยากาศของโลกนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1985 และการวิเคราะห์โพรงอากาศบริเวณแอนตาร์คติค ซึ่งเป็นที่เชื่อได้ว่าสภาพดินฟ้าอากาศในปัจจุบันเกิดจากการสะสมความร้อนจากรังสีอินฟาเรด (Inflared) ในบรรยากาศเมื่อมีปริมาณก๊าซในบรรยากาศเพิ่มขึ้น จะมีผลทำให้โลกร้อนขึ้นด้วย
greenhouse2

สาเหตุที่ทำให้ปริมาณก๊าซชนิดต่างๆที่กล่าวมาแล้วเพิ่มขึ้น ก็เนื่องมาจาก

1. คาร์บอนไดออกไซด์ การเผาไหม้หรือการใช้เชื้อเพลิงพวก ฟอสซิล (Fassil Fuesls) เพิ่มขึ้น กับการตัดไม้ทำลายป่าหรือการลดลงของปริมาณป่าไม้ของโลก
2. มีเทน การเกษตรแผนใหม่ที่เป็นอยู่ทั่วโลก การปลูกข้าวและการเลี้ยงสัตว์ปริมาณเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นอาหารเลี้ยงพลโลกที่เพิ่มขึ้นราว 2 เท่าภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนั้นก๊าซมีเทนยังเพิ่มขึ้นจากกองขยะ จอมปลวก เหมืองถ่านหิน การขุดเจาะน้ำมันและเขม่าควันจากการเผาป่า
3. คลอโรฟูลโอโรคาร์บอน (CFC) เป็นก๊าซชนิดใหม่ซึ่งเริ่มมีขึ้นในราว ค.ศ. 1930 ซึ่งนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เช่น ตู้เย็น สเปรย์ และพลาสติก
4. ไนตรัสออกไซด์ เพิ่มขึ้นเนื่องจากการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนการเผาไหม้ซากพืชการเผาไหม้เชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ และการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยถ่านหินและน้ำมัน
5. โอโซน เกิดขึ้นเนื่องจากบริเวณที่เกิดมลพิษ และการเกิดปฏิกิริยาเคมีจากแสงแดด (Photochemecal reaction) นอนจากนั้น ละอองน้ำในบรรยากาศยังก่อให้เกิดความร้อนเพิ่มขึ้น และในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดการเพิ่มปริมาณเมฆในอากาศซึ่งจะก่อให้เกิดความหนาวเย็นได้เช่นกัน

วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ตู้เย็นลดโลกร้อน

ตู้เย็นลดโลกร้อน

ตู้เย็นลดโลกร้อน

ลดภาวะโลกร้อนโดยการประหยัดไฟ

   การใช้ไฟฟ้าที่สิ้นเปลือง ก็เป็นสาเหตุหนึ่งในการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนได้ เพราะไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เป็นพลังงานที่เกิดจากการเผาผลาญพวกถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องนำเข้ามา กระบวนการพวกนี้จะก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก และมลพิษทางอากาศ ดังนั้นแค่เพื่อนๆประหยัดไฟ ก็สามารถที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้แล้ว รวมทั้งยังจะช่วยในเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจได้อีกด้วย
คราวที่แล้วผมนำเสนอเกี่ยวกับการเลือกซื้อตู้เย็นแบบช่วยลดภาวะโลกร้อนไปแล้ว คราวนี้เรามาดูกันว่า ถ้าเราคิดจะซื้อเครื่องไฟฟ้าซักชิ้นควรที่จะพิจารณาอะไรบ้าง
http://www.singerthai.co.th/images/award3.jpg
1. Energy - Saving อันนี้หลายๆคนคงรู้อยู่แล้ว นั่นก็คือเลือกเครื่องไฟฟ้าที่กินไฟน้อย โดยดูจากสัญลักษณ์เบอร์ 5 นั่นเอง นอกจากจะช่วยลดภาวะโลกร้อนแล้ว ยังจะช่วยลดรายจ่ายของเราอีกด้วย
http://textil.stfi.de/seetexlable/images/125/ecoflower.gif
2. Eco - Friendly หรือ Eco - Label เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าสินค้านั้นเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายระบบนิเวศน์ ย่อยสลายง่าย นำไปรีไซเคิลได้ และอื่นๆอีก
http://www.quality-paper.com/imgUpload/23122008141432_green%20label.gif
3. Green - Label ฉลากเขียว อันนี้เป็นโครงการที่มีการร่วมมือกันจากหลายฝ่าย โดยมีคณะกรรมการนักธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เพื่อที่จะพิจารณาออกฉลากเขียวนี้ให้กับผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย

ถ้าเพื่อนๆจะเลือกซื้อเครื่องไฟฟ้า ก็ให้สังเกตดูที่ฉลากทั้ง 3 อันนี้ เพื่อความมั่นใจว่าสินค้าชิ้นนั้นจะมีผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด และเพื่อนๆก็ต้องพิจารณาเรื่องความเหมาะเกี่ยวกับการใช้งานของเครื่องใช้ ไฟฟ้าด้วย อย่างเช่นถ้าจะซื้อพัดลมไว้ใช้คนเดียว ก็ซื้อตัวเล็กๆพอ เพราะว่าถ้าตัวใหญ่ก็จะเปลืองไฟกว่า อันนี้ต้องแล้วแต่ว่าเราจะเอาไปงานแบบไหน
ที่สำคัญ ถึงเราจะเลือกพิจารณาสินค้าดีอย่างไร แต่ตอนใช้กลับไม่สนใจเปิดทิ้งไว้โดยไม่จำเป็น มันก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะฉะนั้นเวลาเราไม่ได้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใดในบ้านก็ควรจะปิดซะ ทางที่ดีควรถอดปลั๊กด้วย แค่นี้ท่านก็มีส่วนร่วมในการลดภาวะโลกร้อนแล้วล่ะครับ




อ้างอิงhttp://tummachatsingwadlom.igetweb.com/articles/277252/%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99.html

วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

พลังงานสะอาด

พลังงานสะอาด
การใช้พลังงานจากแหล่ง พลังงานสะอาด เป็นการแก้ปัญหาในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ถูกต้องและยั่งยืน ที่สุด พลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน

พลังงานสะอาดได้แก่พลังงานอะไรบ้าง


1. พลังงานแสงอาทิตย์

         อาศัยแผ่นโซล่าเซล (Solar Cell)  ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีโซล่าเซล นั้น จะใช้สารกึ่งตัวนำ มาทำเป็นอุปกรณ์ทางอีเลคโทรนิค  โดยอุปกรณ์ชิ้นนี้จะทำหน้าที่ เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ หรือแม้กระทั่งแสงจากหลอดไฟ  ให้เกิดเป็นพลังงานไฟฟ้า และพลังงานไฟฟ้าที่ได้ จะเป็นกระแสตรง  เราสามารถจัดพลังงานชนิดนี้ว่าเป็นแหล่งพลังงานทดแทนชนิดหนึ่ง ที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะสะอาดและไม่ก่อให้เกิดมลภาวะใดๆ เลย แม้แต่ตอนใช้งานก็ตาม

2. พลังงานชีวมวล

        พลังงานสะอาดอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะสมกับประเทศไทย ก็คือพลังงานชีวมวล ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะประเทศของเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ดังนั้นเราจึงมีพื้นฐานของการปลูกพืช พืชบางชนิดอาจสามารถกลายเป็นพืชพลังงานได้ทีเดียว ยกตัวอย่างเช่นมันสำปะหลัง ข้าวโพด ฯลฯ โดยจะเอามาผ่านกระบวนการทางเคมี ผ่านการหมัก ก่อให้เกิดเป็นแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ สามารถนำไปใช้ทดแทนพลังงานได้  สำหรับพลังงานชีวมวลนี้ อาจทำให้ประเทศไทย กลายเป็นศูนย์กลางพลังงานได้เลยทีเดียว ซึ่งสามารถใช้ได้ไม่มีวันหมด นอกจากนี้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้พลังงานความร้อนร่วมซึ่งเปลี่ยนรูปความร้อนที่เกิดขึ้นจากกระบวนการ ผลิตให้เป็นพลังงาน ถือว่าเป็นพลังงานสะอาดเช่นกัน โดยพลังงานสะอาดนี้จะช่วยลดการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้

        ประเทศไทยมีช่วงเวลาที่มี แสงเป็นเวลานานในแต่ละวัน อีกทั้งยังมีปริมาณความเข้มของแสงสูงจึงมีศักยภาพสูงในการใช้พลังงานจากแสง อาทิตย์ แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยียังมีราคาค่อนข้างแพงจึงควรได้รับการสนับสนุนจากทุก ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีการใช้อย่างแพร่หลายขึ้น  พลังงานชีวมวลก็เป็นอีก แหล่งพลังงานที่เหมาะสมกับประเทศไทย เนื่องจากเรามีวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น แกลบ ชานอ้อย มันสำปะหลัง และเศษไม้ เป็นจำนวนมากที่สามารถนำมาเปลี่ยนให้เป็นพลังงานไฟฟ้าได้ ในปัจจุบันในประเทศไทยมีการผลิตไฟฟ้าจากชีวมวลแล้ว แต่ยังไม่สัดส่วนไม่มากนักเมื่อเทียบกับการผลิตด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงควรสนับสนุนให้มีการผลิตเพิ่มขึ้นในพื้นที่ที่มีวัตถุดิบเพียงพอ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้มีการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน แล้วยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรจากการขายวัสดุทางการเกษตรเหลือใช้ อีกด้วย

เหตุผลที่ควรเลือกใช้พลังงานสะอาด

  1. ช่วยลดการปล่อย CO2 เพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
  2. เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทางปฏิบัติ
  3. เพื่อเป็นการสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนาดเล็กซึ่งมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมน้อยกว่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่
  4. ช่วยให้คุณภาพอากาศในชุมชนบริเวณโรงไฟฟ้าดีขึ้น
  5. ช่วยสร้างงานในภาคพลังงานหมุนเวียนและภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ     
ที่มา :http://tummachatsingwadlom.igetweb.com

วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ห่มผ้าให้ธารน้ำแข็ง



The Rhone Glacier ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ คือธารน้ำแข็งเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งบนเทือกเขาแอลป์
และเป็นแหล่งน้ำสำคัญของแม่น้ำ Rhone ในทวีปยุโรป จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์พบว่าในระยะ 150 ปีที่ผ่านมาธารน้ำแข็ง The Rhone Glacier มีการละลายจนบางบริเวณสามารถมองเห็นดินและโขดหินที่ซ่อนอยู่ใต้ธารน้ำแข็งนับหมื่นๆ ปี  วิธีล่าสุดที่นักวิทยาศาสตร์พยายามลดการละลายของธารน้ำแข็งแห่งนี้ในฤดูร้อนก็คือการใช้ผ้าห่มจำนวนมากรวมความยาวได้หลายไมล์คลุมธารน้ำแข็งแห่งนี้เพื่อป้องกันธารน้ำแข็งจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นในฤดูร้อน




นอกจากคลุมธารน้ำแข็งด้วยผ้าห่มแล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังได้เจาะธารน้ำแข็งเป็นโพรงลึกเพื่อสำรวจสภาพของ The Rhone Glacier  ทำให้ทราบถึงปริมาณของธารน้ำแข็งแห่งนี้เมื่อ 11,500 ปีก่อนและพบว่าขณะนั้น The Rhone Glacier มีขนาดเล็กกว่าปัจจุบันเสียอีก แต่มีการเพิ่มและลดขนาดไปตามสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงของโลกในแต่ละยุค