ธารน้ำแข็งละลายทำ “หมีขั้วโลก” เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน
ทีมวิจัยสหรัฐฯเผยผลการศึกษาพฤติกรรมหมีขั้วโลกบริเวณอ่าวฮัดสัน (Hudson Bay) ทางตอนเหนือของแคนาดา พบนักล่าแห่งขั้วโลกมีการล่าเหยื่อบนบกมากขึ้น ทั้งห่านและกวางแคริบู สอดคล้องกับผลการศึกษาเศษซากในมูลสัตว์ใหญ่ดังกล่าวที่ชี้ว่า มีพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปจากในอดีตที่ยังไม่ถูกคุกคามจากภาวะโลกร้อนมากเท่ากับในปัจจุบัน
ข้อมูลจาก โพลาแบร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (Polar Bears International) ซึ่งเป็นองค์กรอนุรักษ์หมีขั้วโลกโดยไม่แสวงหาผลกำไรได้ให้ข้อมูลว่า หมีขั้วโลกดำรงชีวิตอยู่ในธรรมชาติได้จากการล่าแมวน้ำและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดอื่นๆ เป็นอาหาร โดยที่หมีขั้วโลกจะรอคอยเหยื่ออยู่บริเวณช่องหรือรอยแยกของแผ่นน้ำแข็งในทะเล และจะจู่โจมเหยื่อที่ผิวน้ำอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อธารน้ำแข็งละลายลง หมีขั้วโลกต้องอาศัยอยู่บนฝั่งและกินอาหารหลากหลาย รวมทั้งเห็ดและผลเบอร์รี หรือแม้กระทั่งห่านหิมะและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น
ทว่า ภาวะโลกร้อนส่งผลให้ธารน้ำแข็งในทะเลอาร์กติกลดน้อยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นช่วงที่หมีขั้วโลกต้องเร่งหาอาหารและสะสมไขมันก่อนที่จะต้องย้ายไปอยู่บนแผ่นดิน ด้วยเหตุนี้เอง รัฐบัญญัติคุ้มครองสัตว์และพืชใกล้สูญพันธุ์ของสหรัฐอเมริกา (U.S. Endangered Species Act) จึงได้บรรจุรายชื่อสัตว์ที่สง่างามและน่าเกรงขามอย่างหมีขั้วโลกให้อยู่ในกลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่ถูกคุกคาม (threatened species) เช่นเดียวกับที่องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (International Union for Conservation of Nature) ได้จัดให้หมีขั้วโลกเป็นสัตว์ที่ถูกคุกคามและมีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์
ทีมวิจัยได้บันทึกภาพหมีขั้วโลกที่อาศัยอยู่ทางตะวันตกของอ่าวฮัดสันที่อยู่เหนือแคนาดาขึ้นไป โดยสามารถจับภาพหมีขั้วโลกขณะกำลังวิ่งไล่ล่า และกินห่านหิมะเป็นอาหาร โดยได้มีการเผยแพร่งานศึกษาวิจัยเรื่องดังกล่าวในวารสารโพลาร์อีโคโลจี (Polar Ecology) เมื่อปีก่อน นอกจากนั้นในปีเดียวกัน ทีมวิจัยยังได้เผยผลการศึกษามูลของหมีขั้วโลกในยุคปัจจุบันในวารสารอีโคโลจี แอนด์ อีโวลูชั่น (Ecology and Evolution) โดยมีการเปรียบเทียบกับผลการศึกษาเรื่องเดียวกันนี้ในช่วงปี 1968-1969 ซึ่งในเวลานั้นภาวะโลกร้อนยังไม่ได้ส่งผลต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของหมีขั้วโลกรวดเร็วเช่นในปัจจุบัน
นักวิจัยพบว่า ในมูลของหมีขั้วโลกในอดีตมีเศษซากของห่านหิมะน้อยกว่า ขณะที่มูลของหมีขั้วโลกในช่วงเวลาปัจจุบันเต็มไปด้วยเศษซากของกวางแคริบูและไข่ห่าน ซึ่งไม่พบในตัวอย่างที่ศึกษาก่อนหน้านี้ นั่นแสดงว่าหมีขั้วโลกมีพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากการละลายของธารน้ำแข็งที่ทำให้หมีขั้วโลกต้องดำรงชีพอยู่บนฝั่งเร็วขึ้น เป็นผลให้เพิ่มโอกาสในการกินไข่ห่านเป็นอาหารแก่หมีขาว
แม้จะมีความได้เปรียบในเรื่องของปริมาณอาหารบนฝั่งที่มีมากกว่าในอดีต แต่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการหาอาหารก็ไม่น่าจะช่วยรักษาจำนวนหมีขั้วโลกจากภาวะโลกร้อนและการหายไปของธารน้ำแข็งได้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น